เคล็ดลับสู่ขนสวยสุขภาพดีที่เจ้าของทำได้เอง


จำเป็นต้องแปรงขนแมวหรือไม่ เจ้าของแมวหลายคนอาจถามคำถามนี้กับตัวเอง ท้ายที่สุดแล้ว เสือดาวในบ้านของเราก็ดูแลขนของตัวเองอยู่แล้วด้วยการเลียทำความสะอาดบ่อยๆ ใช่ไหม? อย่างไรก็ตาม การช่วยสนับสนุนการดูแลขนของแมวก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

การผลัดขนและการดูแลขนในแมว เเมวของเรามักจะมีขนที่นุ่มและหนาแน่น ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และลักษณะเฉพาะตัว แมวจะผลัดขนอย่างน้อยปีละสองครั้ง หรือผลัดขนตลอดทั้งปี โดยปกติแล้ว แมวจะผลัดขนมากที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ตัวอย่างเช่น แมวพันธุ์ บริติช ชอร์ตแฮร์ (British Shorthair) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ผลัดขนมากเป็นพิเศษ

ความเชื่อผิดๆ: "การอาบน้ำ" vs. "การดูแลขน" ของแมว โดยทั่วไปแล้ว แมวเป็นสัตว์ที่สะอาดมากและใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการดูแลขนของตัวเองอย่างพิถีพิถัน พวกเขาใช้ลิ้นที่สากเหมือนแปรงในการกำจัดเส้นขนที่หลุดร่วงออกไป ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยลดความเครียดและระบายความร้อนออกจากร่างกายได้อีกด้วย ดังนั้น "การเลียขนของแมว" จึงไม่ใช่แค่การทำความสะอาดแบบลวกๆ อย่างที่สำนวนเปรียบเปรย

ด้วยลิ้นอันมหัศจรรย์นี้ แมวจึงมีเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการดูแลขนของตัวเองอยู่แล้ว นั่นทำให้การอาบน้ำแมวจึงเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นในกรณีส่วนใหญ่ และอาจส่ง

ผลเสียมากกว่าผลดีเสียอีก
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะการอาบน้ำสร้างความเครียดอย่างมหาศาลให้กับ "เสือโซฟา" ของเรา ซึ่งความเครียดนี้สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของแมวได้ การอาบน้ำจะมีประโยชน์จริงๆ ก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานการณ์พิเศษเท่านั้น เช่น:
  • เมื่อแมวไปคลุกกับสิ่งสกปรกที่เหนียวเหนอะหนะจนไม่สามารถทำความสะอาดเองได้
  • เมื่อมีปรสิตจำนวนมาก และจำเป็นต้องใช้แชมพูกำจัดตามคำสั่งสัตวแพทย์
  • ในกรณีที่ไม่สามารถใช้การแปรงขนหรือการใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดได้

ประโยชน์ของการ "ช่วย" แมวดูแลขน การที่คุณสละเวลามาแปรงขนให้แมวอย่างตั้งใจ ไม่เพียงแต่ช่วยดูแลเส้นขนของเขาให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังมอบประโยชน์อีกหลายด้านให้กับทั้งคุณและเเมวของคุณด้วย
  1. กำจัดขนที่ตายแล้ว: ช่วยลดปริมาณขนที่หลุดร่วงปลิวไปทั่วบ้าน และที่สำคัญคือลดปริมาณขนที่แมวจะเลียเข้าไปในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาก้อนขนอุดตัน (Hairball)
  2. มอบการนวดที่แสนสบาย: การแปรงขนอย่างนุ่มนวลเปรียบเสมือนการนวดที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณผิวหนัง ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดีขึ้น
  3. โอกาสในการตรวจสุขภาพ: ขณะที่แปรงขน คุณสามารถตรวจหาสิ่งผิดปกติ เช่น บาดแผล, ก้อนเนื้อ, หรือปรสิตอย่างเห็บหมัด ได้อย่างง่ายดาย และยังสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวหนังหรือเส้นขนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  4. เสริมสร้างความผูกพัน: การดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ผ่อนคลายนี้ คือการกระชับความสัมพันธ์และสร้างความไว้วางใจระหว่างคุณกับแมวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

สภาพขนของแมว: กระจกสะท้อนสุขภาพ สภาพของเส้นขนและผิวหนังมักเป็นตัวสะท้อนสุขภาพกายและใจของเเมวของเราได้เป็นอย่างดี โดยปกติแล้ว แมวส่วนใหญ่จะมีขนที่นุ่ม, หนาแน่น, และเงางาม หากคุณสังเกตเห็นว่าขนของแมวดูหยาบกระด้าง, ไม่มีชีวิตชีวา, หรือมีหย่อมขนที่ร่วงหลุดไป นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ นอกจากการเป็นตัวชี้วัดแล้ว การดูแลขนเป็นประจำยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ อีกด้วย


1. ป้องกันความเสี่ยง "ลำไส้อุดตัน" จากก้อนขน (Hairballs)

เมื่อแมวเลียทำความสะอาดขน พวกเขาจะกลืนเส้นขนบางส่วนเข้าไปด้วย เนื่องจากเส้นขนไม่สามารถย่อยได้ โดยปกติแล้วแมวจะขย้อนก้อนขนเหล่านี้ออกมาไม่เกินสัปดาห์ละครั้ง แต่ถ้าหากแมวไม่สามารถขย้อนก้อนขนออกมาได้ หรือกลืนขนเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไป ก้อนขนเหล่านี้อาจก่อตัวจนทำให้เกิด ภาวะลำไส้อุดตันที่รุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขโดยสัตวแพทย์ การแปรงขนอย่างสม่ำเสมอ คือวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงนี้ เพราะเป็นการช่วยกำจัดเส้นขนที่หลุดร่วงออกไปจำนวนมาก ก่อนที่แมวจะเลียมันเข้าไป อย่างไรก็ตาม หากแมวของคุณยังคงมีปัญหาก้อนขนอยู่บ่อยครั้ง (อาจเนื่องมาจากการผลัดขนที่หนักผิดปกติ หรือมีพฤติกรรมการเลียขนที่มากเกินไป) การให้เขากินพืชที่มีไฟเบอร์ เช่น หญ้าแมว จะช่วยกระตุ้นให้เขาสามารถขย้อนก้อนขนออกมาได้ง่ายขึ้น


2. โอกาสในการตรวจหาปรสิตในเส้นขน

การแปรงขนเป็นประจำพร้อมกับการสังเกตอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้คุณสามารถตรวจพบปรสิตต่างๆ ได้ เช่น เห็บ, หมัด, ไร, หรือเหา การถูกปรสิตเหล่านี้รบกวนไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญ แต่ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพของแมวและอาจรวมถึงตัวคุณด้วย ปรสิตตัวเล็กๆ เหล่านี้มักกระตุ้นให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง ซึ่งแมวจะพยายามบรรเทาด้วยการเกาหรือกัดแทะตัวเองไม่หยุด


3. ความสำคัญของโภชนาการเพื่อขนที่สวยเงางาม

ภาวะขาดสารอาหารสามารถแสดงออกผ่านสภาพขนของแมวได้เช่นกัน ขนของแมวที่สุขภาพดีควรจะมีความเงางามเล็กน้อย หากร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นเป็นเวลานาน (เช่น จากการได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม) ขนของเขาอาจจะดูด้าน, หยาบกระด้าง, หรืออาจเกิดปัญหาขนร่วงจนเป็นหย่อมๆ ได้

บรรพบุรุษของ "เสือโซฟา" ของเราคือนักล่า พวกเขาจึงจัดเป็นสัตว์กินเนื้อโดยแท้ โปรตีน ซึ่งมีอยู่สูงในเนื้อสัตว์ คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับผิวหนังที่แข็งแรง และแน่นอนว่ามันจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเส้นขนด้วย
ดังนั้น อาหารแมวที่ตอบโจทย์ตามหลักสรีรวิทยาของสายพันธุ์ ควรมีสัดส่วนของเนื้อสดในปริมาณสูง นี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้แมวได้รับโปรตีนและสารอาหารที่สำคัญอย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้ขนของพวกเขาสวยงามและเงางามจากภายในสู่ภายนอก

เทคนิคการแปรงขนแมว: ทำอย่างไรให้เจ้าเหมียวแฮปปี้ เพื่อให้ช่วงเวลาของการดูแลขนเป็นไปอย่างราบรื่น, ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์, และไม่สร้างความเครียดให้กับแมว ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้:
  1. แปรงตามแนวขน: เริ่มจากหัวไปยังหางเสมอ อย่าแปรงย้อนแนวขน เพราะจะทำให้แมวรู้สึกไม่สบายตัว
  2. เทคนิคสำหรับแมวขนยาว: สำหรับแมวที่มีขนหนาและยาว ให้ใช้มือค่อยๆ แหวกขนชั้นบนออก แล้วแปรงขนชั้นใน (Undercoat) ก่อน จากนั้นจึงค่อยแปรงขนทั้งหมดอีกครั้ง
  3. เลือกแปรงให้เหมาะสม: ใช้แปรงที่เหมาะกับประเภทขนของแมว (เช่น แปรงขนสั้น, แปรงขนยาว, แปรงสลิกเกอร์)
  4. เพิ่มความถี่ในช่วงผลัดขน: ในช่วงที่แมวผลัดขนหนัก (เช่น ฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง) ควรเพิ่มความถี่ในการแปรงขนให้บ่อยขึ้น เพื่อช่วยกำจัดขนที่ตายแล้วออกไปให้ได้มากที่สุด



    เมื่อเจ้าเหมียวไม่ยอมให้แปรงขน: ต้องทำอย่างไร น่าเสียดายที่ไม่ใช่ "เสือโซฟา" ทุกตัวจะชอบให้เราแปรงขน แมวบางตัวอาจวิ่งหนีไปทันทีที่คุณหยิบแปรงขึ้นมา หรือบางตัวอาจต่อสู้ขัดขืนด้วยกรงเล็บและคมเขี้ยวเพราะรู้สึกว่าการถูกแปรงขนนั้นเครียดเกินไป หากคุณกำลังเผชิญสถานการณ์นี้ อย่าเพิ่งยอมแพ้ แต่จงอดทน ให้เวลาแมวได้พักสักครู่ แล้วลองใหม่อีกครั้งอย่างค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตอน

    วิธีฝึกแมวโตให้คุ้นเคยกับการแปรงขน ทางที่ดีที่สุดคือการฝึกให้แมวคุ้นเคยกับการดูแลขนตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ถ้าหากคุณรับแมวโตมาเลี้ยง หรือเพิ่งจะเริ่มแปรงขนให้เขา ก็ยังไม่สายเกินไป
    1. เริ่มต้นตั้งแต่วันแรก: ทันทีที่แมวย้ายเข้ามาอยู่กับคุณ ลองจัดสรรเวลาประมาณ 15 นาทีต่อวันสำหรับ "ช่วงเวลาแห่งการดูแลขน" ร่วมกัน
    2. สร้างบรรยากาศที่สงบ: เลือกช่วงเวลาที่แมวรู้สึกผ่อนคลายและไม่มีสิ่งรบกวน
    3. ค่อยๆ สางปมขนที่พันกัน: หากเจอขนที่พันกันเป็นก้อน ให้ใช้มือค่อยๆ คลี่ออกอย่างเบามือที่สุดก่อน หรือถ้าจำเป็นต้องตัด ให้ใช้กรรไกรตัดออกอย่างระมัดระวัง
      • ข้อควรระวังสูงสุด: ขณะตัดปมขนที่พันกัน ต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด ห้ามดึงหรือกระชากปมขนเด็ดขาด เพื่อไม่ให้แมวเกิดประสบการณ์ที่เจ็บปวดและเชื่อมโยงการแปรงขนเข้ากับความเจ็บปวด เพื่อความปลอดภัย คุณควรใช้นิ้วสอดเข้าไปใต้ปมขนบริเวณที่จะตัด เพื่อป้องกันไม่ให้กรรไกรตัดโดนผิวหนังของแมว
    4. เทคนิค "ลูบสลับแปรง": ในกรณีที่แมวขัดขืนมากๆ ให้วางแปรงลงก่อน แล้วเริ่มต้นด้วยการกอดและลูบตัวเขาจนรู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นลอง สลับระหว่างการใช้มือลูบ กับการใช้แปรงขนนุ่มๆ ลูบเบาๆ ทำแบบนี้สลับไปมา แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาของการใช้แปรงให้นานขึ้นทีละน้อย
    5. ให้รางวัลเสมอ: จบทุกครั้งด้วยการให้รางวัล เช่น ขนมที่เขาชอบ เพื่อสร้างความทรงจำที่ดีกับการแปรงขน

    วิธีฝึก "ลูกแมว" ให้คุ้นเคยกับการแปรงขน โดยปกติแล้วลูกแมวจะมีความขี้เล่นและอยากรู้อยากเห็นมากกว่าแมวโต คุณสามารถใช้ประโยชน์จากนิสัยนี้ในการฝึกได้:
    1. ให้ลูกแมวทำความรู้จักกับแปรง: ปล่อยให้เขาได้ดมกลิ่นและสำรวจแปรงก่อน เพื่อให้เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว
    2. เริ่มต้นด้วยการแปรงอย่างอ่อนโยน: แปรงเบาๆ สั้นๆ ในช่วงแรก
    3. ลูบตัวสลับไปด้วย: การลูบตัวจะช่วยให้ลูกแมวรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย
    4. ให้รางวัลหลังจบภารกิจ: หลังจากแปรงขนเสร็จ ให้รางวัลเขาด้วยขนมหรือชวนเล่นของเล่นชิ้นโปรดทันที
    การดูแลขนไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นกิจกรรมที่สร้างขึ้นจากความรักและความอดทน เมื่อแมวของคุณเรียนรู้ที่จะไว้วางใจคุณ มันจะกลายเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเเมวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก

    เลือกแปรงแบบไหนให้เหมาะกับแมวของเรา การเลือกแปรงหรือเครื่องมือที่ "ใช่" สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลให้กับประสบการณ์การดูแลขนของแมวคุณได้ ตารางด้านล่างนี้จะสรุปภาพรวมของเครื่องมือที่ใช้กันโดยทั่วไป เพื่อช่วยให้คุณดูแลขนของเเมวให้สวยงามและเงางามได้อย่างมืออาชีพ:


    เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อการดูแลขนแมวอย่างมืออาชีพ

    1. การจัดการกับขนที่พันกันเป็นปม (Tangles and Knots)

    สำหรับแมวสายพันธุ์ขนยาว การแปรงขนเป็นประจำคือวิธีป้องกันการเกิดปมขนที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องยากที่แมวจะจัดการกับปมขนที่พันกันแน่นได้ด้วยตัวเอง หากพบปมขนที่แข็งและไม่สามารถสางออกได้ด้วยหวีหรือแปรง การใช้กรรไกรตัดออกอย่างระมัดระวังมักจะเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่
    • เทคนิคการตัด: ค่อยๆ ยกปมขนขึ้น โดยไม่ดึงรั้งผิวหนังเด็ดขาด ขณะตัด ให้ใช้นิ้วของคุณสอดเข้าไปใต้ปมขนเพื่อเป็นเกราะป้องกันผิวหนังของแมวจากคมกรรไกร

    2. การกำจัดขนชั้นใน (Undercoat)

    หากต้องการกำจัดขนชั้นในที่ตายแล้วออกไป ควรใช้หวีที่ทำจากโลหะ โปรดหลีกเลี่ยงหวีที่ทำจากพลาสติก เพราะมันสามารถสร้างไฟฟ้าสถิตบนเส้นขน ซึ่งอาจทำให้แมวรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตเบาๆ ได้ แม้จะไม่อันตราย แต่มันจะทำให้แมวของคุณรู้สึกไม่ดีกับการแปรงขนในครั้งต่อไป


    3. ควรแปรงขนให้แมวบ่อยแค่ไหน

    ความถี่ในการแปรงขนขึ้นอยู่กับความยาวขนของแต่ละสายพันธุ์และลักษณะเฉพาะตัวของแมวแต่ละตัว ตัวอย่างเช่น การดูแลขนของแมวเมนคูน (Maine Coon) ย่อมใช้เวลามากกว่าแมวบ้านทั่วไป แต่ก็ไม่ควรมองข้ามการดูแลขนของแมวบริติช ชอร์ตแฮร์ (British Shorthair) เช่นกัน เพราะแม้จะมีขนสั้น แต่ก็เป็นสายพันธุ์ที่ผลัดขนค่อนข้างเยอะ
    โปรดทราบว่าข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น และอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม:
    • แมวขนยาว: ควรแปรง หลายครั้งต่อสัปดาห์ หรือทุกวัน
    • แมวขนสั้น: ประมาณ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
    • ช่วงผลัดขน: ควรแปรง ทุกๆ 1-2 วัน (หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งตามความจำเป็น)
    • แมวสูงวัยและแมวป่วย: ควรแปรงขนให้ หลายครั้งต่อสัปดาห์ หรือทุกวัน เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถทำความสะอาดและดูแลตัวเองได้ดีและบ่อยเท่าเดิมอีกต่อไป

    4. ทำอย่างไรให้แมวมีขนสวยเงางาม

    ผิวหนังของแมวมีต่อมไขมันที่คอยผลิต "ซีบัม (Sebum)" ออกมา ซึ่งโดยหลักการแล้วมันคือสารเคลือบบำรุงขนที่ร่างกายผลิตขึ้นเอง คล้ายกับในมนุษย์ ซีบัมที่มีลักษณะมันเล็กน้อยนี้จะช่วยให้เส้นขนนุ่มลื่นและเงางาม

    การแปรงขนเป็นประจำ
    จะช่วยกระจายซีบัมนี้ไปทั่วทุกเส้นขน เป็นการบำรุงขนไปในตัว นอกจากนี้ ซีบัมยังมีคุณสมบัติในการกันน้ำเล็กน้อย ซึ่งช่วยปกป้องเส้นขนไม่ให้เปียกชุ่มเร็วเกินไป และดังที่ได้กล่าวไปแล้ว การเลือกอาหารที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการของสายพันธุ์ คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้ขนสวยเงางามได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว คุณควรเลือกอาหารที่มีสัดส่วนของ เนื้อสดในปริมาณสูง เพื่อให้มั่นใจว่าแมวของคุณได้รับโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน
      • โรคผิวหนังในแมว

        แมวมักเลียขนของตัวเองเป็นประจำเพื่อทำความสะอาด บางครั้งพฤติกรรมนี้มักมาพร้อมกับการเกา แต่หากแมวแสดงพฤติกรรมนี้บ่อยผิดปกติ ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคผิวหนังได้

        อ่านเพิ่มเติม 
      • โรคเกี่ยวกับฟันในแมว

        ตั้งแต่คราบหินปูนและเหงือกอักเสบไปจนถึงการติดเชื้อร้ายแรงและการสูญเสียฟัน โรคเกี่ยวกับฟันในแมวเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย

        อ่านเพิ่มเติม 
      • อาการท้องเสียในแมว

        อาการท้องเสียในแมวพบได้บ่อย และบางครั้งอาจมาพร้อมกับอาการอาเจียน สาเหตุของอาการท้องเสียในแมวนั้นมีหลายประการ

        อ่านเพิ่มเติม 
      • อาการแพ้อาหารและภาวะการแพ้อาหารแฝงในแมว

        คุณกำลังกังวลอยู่ใช่ไหม เพราะแมวของคุณมีอาการท้องเสียหรืออาเจียน และดูเหมือนจะมีอาการคันด้วย สาเหตุอาจมาจากการแพ้อาหารได้

        อ่านเพิ่มเติม 
      • วิธีกำจัดเห็บออกจากแมว

        แมวต้องการความช่วยเหลือจากเราในการป้องกันเห็บ เพราะเมื่อเห็บเข้ามาเกาะ มันจะฝังตัวอยู่ในขนและติดแน่นกับผิวหนังของแมว

        อ่านเพิ่มเติม 
      1 จาก 5